Fengshui

,

ฮวงจุ้ย

,

ฮวงจุ้ยร้านค้า

,

ดวงจีน

,

ฤกษ์ยาม

,

ฮวงจุ้ยขั้นสูง

,

ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์

,

ฮวงจุ้ย 64 ข่วย

,

เลือกทำเลฮวงจุ้ยดี

,

ทิศอสูร

,

ดูดวง

,

ดวงชะตา

Fengshui

,
ฮวงจุ้ย

Fengshui X ฮวงจุ้ย เอ๊กส์ [ http://www.fengshuix.com ]

December 17, 2009 - ฮวงจุ้ยทางสามแพร่ง…ลมพิฆาต…ใครว่าซวย!

สวัสดีครับ คุณผู้อ่าน หายหน้าไปนาน ไม่ได้เขียนบทความเกี่ยวกับฮวงจุ้ยเลย
มาคราวนี้อยากเขียนเกี่ยวกับฮวงจุ้ยที่หลายๆคนเกรงกลัวและหลีกเลี่ยงมาตลอด นั่นก็คือ ฮวงจุ้ยทางสามแพร่ง หรือทางแยก หรือลักษณะทางพุ่งชน พุ่งตรงมายังอาคารสำนักงานนั่นเอง ซึ่งใครหลายๆคนเมื่ออ่านในหนังสือฮวงจุ้ยไม่ว่าจะกี่สำนัก หรือหนังสือกี่เล่มต่อกี่เล่มก็ให้หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด โดยจะบอกว่า จะนำความเสียหาย ความหายนะมาสู่คนในบ้านบ้าง ทำให้เสียทรัพย์มหาศาลบ้าง ครอบครัวล่มจม ธุรกิจขาดทุน เรียกได้ว่า ไม่มีดีเลยสักอย่าง แค่เกริ่นแค่นี้ ก็กลัวกันแล้วครับ ทำให้หลายต่อหลายคน เลี่ยงอยู่บ้าน หรือร้านค้าตรงทางสามแพร่ หรือกันไปหมด แต่สำหรับคนที่เข้าใจพลังแห่งฮวงจุ้ยแท้จริงแล้ว ทางสามแพร่งดังกล่าว มิได้นำเรื่องร้ายมาสู่ท่านเสมอไป และหากมีการจัดวางที่เหมาะสม และลงตัวรับกับพลังงานที่เข้ามาแล้วละก็ เรียกได้ว่า จะยิ่งเจริญรุ่งเรืองอย่างมหาศาลเลยทีเดียว เจอแบบนี้แล้ว หลายคนๆคงอยากจะรู้แล้วว่า แล้วทางสามแพร่งลักษณะใด น่าอยู่ และลักษณะใด ควรเลี่ยง และใครที่เหมาะสมที่จะอยู่ในอาคาร หรือบ้านในลักษณะสามแพร่งได้บ้าง ก่อนอื่นเราลองมาดูกันก่อนว่า ทาง สามแพร่ง ร้ายจริงไหม?? อย่างนี้ก็ต้องสำรวจหาข้อมูลกันเลยครับ ที่แรกที่จะพาทุกท่านให้รู้จัก ก็คือ พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี พระที่นั่งอนันตสมาคม ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงมีดำริให้จัดสร้างขึ้นแทน พระราชวังเดิมที่เริ่มทรุดโทรมลงไป เมื่อดูจากทำเลที่ตั้งแล้ว ถ้าเป็นผู้ที่อ่านหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปตามท้องตลาด คงกลัวทำเลนี้ไม่น้อย ดูได้จากภาพแผนที่ดาวเทียม จะเห็นได้ว่า ทางด้านทิศใต้ของอาคาร มี ถนนพุ่งตรง ทั้งยาว และกว้าง ถือได้ว่าเป็นทางพิฆาต อย่างแท้จริง(ตามหนังสือทั่วไป) และตำแหน่งประตูทางด้านทิศใต้ และตำแหน่งการวางอาคาร ก็วางได้อย่างพอเหมาะตรงพอดีกับถนนที่พุ่งมาเลยทีเดียว และทุกท่านก็คงทราบดีว่า ยุคที่มีความเจริญรุ่งเรือง และพัฒนาการของประเทศมากที่สุดยุคหนึ่ง ของประเทศไทย ก็คือ ยุคของรัชการที่ 5 นี้เองครับ ภาพถ่ายดาวเทียมให้เห็นถนนทอดยาวพุ่งตรง พระที่นั่งอนันตสมาคม 2 ******************************************* สถานที่ต่อมา เรามาดูระดับโลกกันบ้าง มาดูกันที่ อาคารเพนตากอน กระทรวงกลาโหม ของมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา อาคารเพนตากอน กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ทางเข้าอาคารเพนตากอน อาคารของกระทรวงกลาโหม มีรูปทรงห้าเหลี่ยมด้านเท่า ซึ่งเป้นตัวแทนธาตุดินระเบิด หรือ ดาวเบญจภูติ วิบัติ ซึ่งในเชิงฮวงจุ้ยนั่น ดาวเบญจภูติ เป็นดาวที่ร้ายมาก ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กลับทรงอิทธิพล และยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ นั่นก็แสดงให้เห็นว่า แม้จะเป้นพลังร้าย แต่หากนำมาใช้ จะยิ่งทรงพลังมาก และสังเกตุให้ดีๆ จะเห็นว่า ปากทางเข้าอาคารนั้น พยายามมีการจัดให้โล่ง และลมพุ่งตรงเข้าตรงกลางของแต่ละด้านมากที่สุด ทิศทางลมพุ่งตรงเข้าทางเข้าอาคารอย่างชัดเจน หากทฤษฏีที่ว่า เลี่ยงทิศทางลมพุ่งตรงเข้าหน้าประตูไม่ดีล่ะก็ ป่านนี้ เราคงไม่ได้เห็นอำนาจของอเมริกายิ่งใหญ่เท่านี้แน่นอนครับ ******************************************************** สถานที่ที่ 3 ที่อยากแนะนำนั้นมาจาก ประเทศต้นกำเนิดฮวงจุ้ย ที่แพร่หลายทั่วโลกอย่างทุกวันนี้ พระราชวังโบราณ พระราชวังโบราณ ขึ้นชื่อว่าพระราชวังจีน อันนี้ค่อนข้างยืนยันได้ว่า แน่นอน การก่อสร้าง ย่อมต้องมีศาสตร์ฮวงจุ้ยเข้ามามีบทบาทอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งปลูกสร้างทุกจุดคงไม่ได้วางและจัดอย่างเอาสะดวกอย่างเดียว มาดูที่ภาพพระราชวังกันครับ จะเห็นว่ามีอาคารหลายหลังเลยทีเดียว ที่ทอดยาว เป็นแนวตรง ตั้งแต่ พระราชวังชั้นนอก ไล่ไปจนถึงพระราชวังชั้นในสุด และตำแหน่งทางเดิน และประตูนั้น ล้วนตรงกันต่อเนื่องหลายๆประตูเลยทีเดียว พระราชวังนี้อยู่ยืนนานและมีกษัตย์ครองราชถึง 24 พระองค์เลยทีเดียว ลองมาดูอีกภาพครับ พระราชวังโบราณ ภาพนี้เป็นอาคารหลังย่อยในพระราชวังอีกที จะเห็นว่า ทางเดิน และประตูทางเข้าอาคารนั้น มีการจัดวางให้ตรงกันพอดี ไม่ได้เลี่ยงทางสามแพร่ง หรือทิศลมพุ่งเข้าใส่ ตามตำราที่เราอ่านๆกันในท้องตลาดแต่อย่างใด ****************************************************** ลองมาดูอีกหลายๆสถานที่ทั่วโลกนี้กันครับ พระราชวังที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก พระราชวังแวร์ซายน์ พระราชวังแวร์ซายน์ ของประเทศฝรั่งเศส สังเกตุที่ภาพ จะเห็นประตู อยู่ตรงกลาง อาคาร และมีอาคารซ้ายขวาขนาบข้าง เปรียบเสมือน ประตู นั้น อยู่ตรงทางสามแพร่งเลยทีเดียว ****************************************************** มาดูทางฝั่ง พระราชวังของอังฤษกันบ้าง ภาพถ่ายทางอากาศ พระราชวังวินด์เซอร์ ภาพแรกเป็นภาพทางอากาศครับ จะเห็นว่า มีถนนพุ่งตรงยาวมาก ลากยาวมาจนถึงตัวพระราชวังเลยทีเดียว พระราชวังวินด์เซอร์ มีอีกภาพให้เห็นว่า ทางเข้าพระราชวังนั้น ตรงกับถนนจริงๆ ไม่มีหลบเลย พระราชวังวินด์เซอร์ อีกภาพนึงครับ เป็นภาพให้เห็นชัดๆ ตรงทางเข้าประตูรั้วพระราชวัง จะเห็นว่า มีการสร้างถนนเส้นเล็กๆ อีก 4 เส้น รวมแล้วทั้งหมด มีถนนพุง่ตรงเข้าประตูเดียวกันถึง 5 สายเลยทีเดียว ยิ่งกว่าทางสามแพร่งซะอีกนะนั่น ****************************************************** แปลกใจไหมครับ ทำไมอาคารสำคัญๆของโลก ของประเทศ ถึงเป็นเช่นนี้ ทั้งนี้ก็เพราะ อาคารที่มีพลังชี่พุ่งตรงมาอย่างตรงๆ และรุนแรงนั้น ไม่ได้แปลว่าร้ายเสมอไป แต่ความจริงแล้ว มันหมายถึง พลังที่ยิ่งใหญ่ อย่างมหาศาล ดังนั้น หากว่า มีบ้านที่มีลักษระดังกล่าว จะยิ่งเพิ่มพลังให้อาคารหลังนั้นอย่างมหาศาล หากว่าได้องศาทิศทางวางอย่างถูกต้อง เปลี่ยนแปลงสภาพพลังที่พุ่งตรงมาให้เป็นพลังดี เสริมคนอยู่อาศุยภายในแล้วนั้น พลังดียิ่งจะเพิ่มทวีคูณอย่างมาก อย่างที่เราเห็นอาคารต่างๆ ล้วนมีความสำคัญต่อโลกและประเทศนั้นๆ อย่างมาก แต่หากว่า ผู้อยู่อาศัย ในอาคารที่มีพลังพุ่งตรงอย่างรุนแรงมากๆแล้วนั้น ไม่รู้จักวิธีเปลี่ยนแปลงพลังงาน หรือจัดการกับพลังงานที่รุนแรงนั้นให้เปลี่ยนเป้นพลังดีได้แล้ว ความรุนแรงด้านลบ ก็จะยิ่งส่งผลให้อย่างเลวร้ายมากๆ เช่นกัน นี่คือ เหตุผลที่ซินแสฮวงจุ้ยส่วนใหญ่จึงให้เลี่ยงพลังทางสามแพร่ง หรือช่องลม ที่พุ่งตรงมาอย่างรุนแรง แล้วก็เขียนตำราอ้างว่าฮวงจุ้ยที่ดีต้องไม่มีทางสามแพร่ง แท้จริงแล้วเป็นเพียงการอำพรางความรู้ที่แท้จริงของซินแสสมัยโบราณ เพื่อเก็บงำสถานที่ หรือฮวงจุ้ยสำคัญๆ ไว้ให้บุคคลสำคัญเท่านั้น เพราะหากว่าคนทั่วไป ได้มีโอกาสเลือกทางสามแพร่ง และจัดสรรได้ดีแล้ว อาจจะมีผลกระทบต่อราชวงศ์ หรือการปกครองประเทศเช่นกัน แต่การที่จะเลือกใช้ทางสามแพร่งให้ถูกต้องนั้น ต้องได้รับการตรวจสอบ และวิเคราะห์อย่างละเอียด ถี่ถ้วน จึงจะป้องกันภัยอันเกิดจากชี่รุนแรงได้ครับ นับจากนี้ไป… เมื่อหลายๆท่านได้อ่านหนังสือฮวงจุ้ยที่ให้เลี่ยงทางสามแพร่งแล้วจะได้กระจ่างแล้วว่า เป็นเพียงอุบายบางอย่างของสมัยโบราณเท่านั้นเอง!!! ขอให้โชคดีครับ ท่านที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป Fengshuix.com
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

September 17, 2009 - ประสบการณ์จริง…จากการจัดฮวงจุ้ย

เรียนคุณผู้อ่านทุกท่าน ห่างหายไปนานไม่ได้มีโอกาสได้เขียนบทความฮวงจุ้ยสักที ก็ต้องขออภัยสำหรับคนที่ติดตามเป็นประจำสม่ำเสมอ สำหรับครั้งนี้ก็มีลูกค้าของผมท่านนึง ซึ่งผมได้มีโอกาสไปปรับแต่งฮวงจุ้ยสำนักงานให้และเป็นอีกกรณีศึกษาที่จัดแล้วได้ผลเร็วทันใจ สำนักงานของบริษัทลูกค้ารายนี้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเสริมความงาม ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ชื่อดังขึ้นต้นด้วย M ซึ่งสาขาที่ไปจัดนี้อยู่ที่สำนักงานสาขาถนนสีลม เรียกว่า เป็นแหล่งย่านเศรษฐกิจอีกแห่งนึงของกรุงเทพ ด้วยความที่ธุรกิจซบเซาทำให้ยอดขาย และคนใช้บริการตัดสินใจยากขึ้น ประกอบกับธุรกิจต้องใช้พนักงานหญิงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาและความปวดหัวมากพอสมควร ท่านผู้อ่านคงพอเข้าใจว่าหากสำนักงานมีแต่หญิงล้วน แล้วต่างคนต่างต้องทำยอดขายของตนเอง บรรยากาศการทำงานจะเป็นอย่างไร ซึ่งนั่นเองคือ โจทย์ที่ผมได้รับมา และก็ได้แก้ไขจนสามารถลดปัญหาดังกล่าวได้ดีทีเดียว และสามารถส่งผลได้เร็ว(เนื่องจากได้คำนวนทิศทางและดวงบุคคลแล้วเห็นว่าอยู่ในเกรดที่ดีระดับนึง และได้คำนวนตำแหน่งพิเศษเพื่อกระตุ้นฮวงจุ้ยโดยเฉพาะอีกด้วย) ส่วนความรู้สึกของลูกค้าท่านนี้จะเป็นอย่างไร อยากให้ท่านได้ลองอ่านจากประสบการณ์จริงของลูกค้าท่านนี้เอาเองคงจะดีกว่านะครับ เมื่อต้นปี 2552 ดิฉันเองก็คือหนึ่งในบุคคลที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวไม่ว่าจะเป็น ลูกค้าเลื่อนการทำสัญญา ยอดขายตกต่ำ ถูกยกเลิกสัญญาขาย รวมถึงบรรยากาศในที่ทำงานที่ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าอยู่ เนื่องจากพนักงานในบริษัทเป็นผู้หญิงล้วน ย่อมง่ายต่อการกระทบกระทั่งกัน มีเรื่องทะเลาะกันไม่เว้นวัน พนักงานผลัดกันลาป่วยไม่เว้นแต่ละวัน รวมถึงเรื่องส่วนตัวที่ต้องครองความโสดมาเป็นเวลานานหลายปี ชีวิตดิฉันล้วนแต่ประสบเรื่องที่น่าปวดหัวทุกวัน ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2552 เพื่อนสนิทคนหนึ่งได้แนะนำให้ลองปรับฮวงจุ้ย ซึ่งในความรู้สึกครั้งแรกที่เพื่อนแนะนำรู้สึกขัดแย้ง ไม่เชื่อว่าฮวงจุ้ยจะปรับเปลี่ยนให้ชีวิตดิฉันดีขึ้น แต่ในเมื่อไม่มีทางออกดิฉันก็คิดว่าจะลองดูซักครั้งคงไม่เสียหาย หลังจากนั้นไม่นานดิฉันได้ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านฮวงจุ้ยมาที่ทำงานเพื่อทำการวิเคราะห์ เค้าใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าในการวิเคราะห์ และบอกวิธีแก้ไขซึ่งจะเป็นการตกแต่งที่ทำงานล้วนๆ ซึ่งเค้าบอกว่าจะทำให้ชีวิตการทำงานและเรื่องส่วนตัวดีขึ้นได้ชัดเจนภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และที่สำคัญแอบขอจัดฮวงจุ้ยให้โชคดีเรื่องความรักด้วยและเค้าก็ให้ฤกษ์ในการจัดวันที่ 10 มิถุนายน 2552 เวลา 17.45 น. บอกตรงๆว่าดิฉันไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าวันเวลาดังกล่าวจะเปลี่ยนชีวิตเราได้ 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันจัดฮวงจุ้ยดิฉันตระเวนหาอุปกรณ์การตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นที่จตุจักร สวนลุมไนซ์บลาซ่า central เมื่อได้ของครบ 2 วันก่อนวันจัดฮวงจุ้ยดิฉันได้ร่างแบบคร่าวๆ ว่าจะจัดวางแต่ละชิ้นยังไงและวางแผนแจกงานให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อเสร็จให้ทันเวลาที่กำหนด และแล้ววันที่ 10 มิถุนายน 2552 เวลา 17.45 น.ก็มาถึง ทุกคนกระตือรือล้นช่วยกันจนสำเร็จเสร็จทันเวลาที่กำหนดได้ ทุกคนล้วนใจจดจ่อกับผล ดิฉันยอมรับว่าใจร้อนมากอยากเห็นผลไวๆ แต่อาจารย์ฮวงจุ้ยบอกว่า จะเริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์- 2 เดือน (โอ้โห ทำไมนานจัง) “หลังจากการจัดฮวงจุ้ย 10 วัน ความน่าอัศจรรย์ใจก็เกิดขึ้นลูกค้าที่หายไป กลับมาคึกคักอีกครั้ง ยอดขายเริ่มกระเตื่องขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้บริหารต่างประหลาดใจได้ตามๆกัน เพื่อนร่วมงานที่เขม่นกันก็กลับมาร่วมงานกันได้เหมือนเดิม” เสียงทะเลาะกันกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะ พนักงานที่ผลัดเปลี่ยนกันป่วยก็กลับมาสดใส ไม่มีใครมาเบิกค่ารักษาพยาบาลเลย ที่ทำงานน่าอยู่ขึ้น รวมถึงตัวดิฉันเองก็โชคดีเรื่องความรัก ได้เจอคนที่ถูกใจซะที ตอนนี้สำหรับดิฉันแล้ว “ฮวงจุ้ย”ไม่ใช่แค่การจับตรงโน้นไปใส่ตรงนี้ ทุกๆจุดที่ได้จัดมีความหมายกับชีวิตเราทั้งนั้น นึกเสียว่าเป็นการจัดแต่งชีวิตใหม่ให้กับตัวเองและยังได้มีโอกาสจัดบ้านใหม่อีกด้วย ดิฉันคิดว่าการจัดฮวงจุ้ยน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กลับคนอีกหลายคนที่พยายามหาหนทางปรับเปลี่ยนให้ชีวิตเราดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้นและสบายใจมากขึ้น
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

March 27, 2008 - ฮวงจุ้ย… พลิกแพลงเหนือชั้น การปรังแต่งฮวงจุ้ยด้วยหลักธาตุทั้ง 5

ฮวงจุ้ย… พลิกแพลงเหนือชั้น การปรังแต่งฮวงจุ้ยด้วยหลักธาตุทั้ง 5

หลังจากที่ฉบับเดือนก.พ. 2551 ที่ผ่านมาได้พูดถึงฮวงจุ้ยของทิศโชคลาภ ทิศดี-ร้าย ทั้งแปดทิศแล้ว รวมไปถึงแนะนำวิธีแสวงหาพลังงานโชคลาภเข้าสู่ตัวบ้านร้านค้า และตัวผู้อยู่อาศัยเอง ฉบับนี้จึงอยากขยายความถึงวิธีจัดมุมต่างๆให้สัมพันธ์กับฮวงจุ้ยตามหลักธาตุ ทั้ง 5 เพื่อท่านผู้อ่านนำไปพลิกแพลงปรับแต่งได้ด้วยตน เอง
วิชาฮวงจุ้ยว่าด้วยการบริหาร พลังงานของชาวจีน นั้น มีการแบ่งสรรพสิ่งบนโลกนี้เป็นธาตุต่างๆทั้งหมด 5 ธาตุ ได้แก่ ไม้, ไฟ, ดิน, ทอง และน้ำ โดยมีวัฏจักรการก่อเกิดธาตุทั้งห้า ดังนี้

fengshi 5 elements

จากแผนภูมิที่แสดงความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 จะเห็นว่าจะมีการก่อเกิดซึ่งกันและกัน และในแต่ละทิศเราก็จะมาดูว่าทิศใดดีหรือร้าย หากทิศที่ดี เราใช้หลักการกระตุ้น หมุนเวียนถ่ายเทพลังงาน ใช้หลักการเคลื่อนไหว ในบริเวณที่ดี ให้พลังงานที่ดีได้มีการหมุนเวียน หรือส่งพลังจากทิศนั้นออกมาบ่อยๆ ส่วนทิศไหนที่ไม่ดี เราก็พยายามทำให้พลังงานหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ปิดทึบ หรือเอาไว้วางของหรือตู้หนักๆเป็นต้น นี่คือ หลักประการแรก


ประการที่สองเราจะใช้หลักการก่อเกิด ถ่ายเทของพลังงานธาตุในทิศนั้น ถ้าทิศที่ดี เราก็จะหาธาตุที่มาก่อเกิดทิศดีให้มีพลังงานที่ดีมากขึ้น ส่วนทิศไม่ดี เราก็จะใช้ธาตุที่มาถ่ายเทพลังงานไม่ดีให้มีกำลังน้อยลงไม่ส่งผลกับเรามาก นัก โดยหลีกเลี่ยงธาตุที่มาก่อเกิดพลังร้ายนั้นๆ
การวิเคราะห์ตามธาตุต่างๆ จะมีทั้งเรื่องของแสง สี ประเภทของวัสดุ และรูปทรงต่างๆ สรุปตามตารางดังนี้

ธาตุ สี รูปทรง ลักษณะพลังงาน ตัวอย่างวัสดุที่ใช้แทนธาตุต่างๆ
ดิน น้ำตาล, เหลือง ส้ม สี่เหลี่ยม หนักแน่นมั่นคง รูปปั้น, เซรามิค, กระถางดิน
ทอง ขาว, เงิน, ทอง ทรงกลม, โค้ง หมุนเกลียว, ทรงกลม, ใบมีดเชือดเฉือน โลหะทุกชนิด, กระดิ่งโลหะ, สแตนเลส
น้ำ ฟ้า, น้ำเงิน, ดำ คลื่น, รูปทรงที่ต่อเนื่องซ้ำๆ เปลี่ยนแปลงได้,
ต่อเนื่องซ้ำๆ,ไหลลง ล่าง
น้ำนิ่ง, ตู้ปลา, น้ำพุ, ภาพวาดสีน้ำเงิน
ไม้ เขียว ทรงสูง พุ่งสูงขึ้น ต้นไม้, เฟอร์นิเจอร์ไม้, ชั้นวางของทรงสูง
ไฟ แดง, ชมพู, ม่วง สามเหลี่ยม แผ่กระจาย โคมไฟสีแดง, ป้ายไฟ, จุดเทียนอโรมา

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การปรับแต่งฮวงจุ้ย ก็คือการบริหารพลังงานรอบตัวให้เหมาะสม โดยดึงเอาพลังดีมาทำงานและพลังร้ายให้หยุดนิ่ง ถ้าผู้ที่เข้าใจวิชาฮวงจุ้ยที่แท้จริงแล้วจะไม่ จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ฮวง จุ้ยที่มีขายในท้องตลาดก็ได้ โดยสามารถนำเอาวัสดุต่างๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน มาปรับใช้งานแทนก็ได้เช่นกัน คนทั่วไป หรือลูกค้าที่เข้ามาในร้านก็ไม่รู้ว่าตั้งไว้เพื่อปรับฮวงจุ้ย นำมาใช้งานได้อย่างไม่ต้องเกรงว่าร้านค้าข้างๆจะรู้ตัว เช่น มุมใดต้องการธาตุไฟ ผมก็แนะนำให้ร้านค้านั้นแปะโปสเตอร์สินค้าที่พื้นหลังสีแดง ชมพูเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น เห็นมั๊ยครับ การปรับแต่งฮวงจุ้ยง่ายนิดเดียว ของเพียงมีเข้าใจหลักของธาตุทั้ง 5 เราก็เอามาพลิกแพลงปรับแต่งได้ง่ายๆโดยใช้วัสดุ รอบๆตัวเรานี้แหล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องใช้เสือคาบดาบ, ยันต์แปดทิศ, สิงโต หรือมังกร หรืออีกหลากหลายวัสดุที่มีขายทุกวันนี้ เรียกว่า ถ้าซื้อมาปรับหมดในบ้านคงเหมือนศาลเจ้ามากกว่าที่จะเหมือนบ้านคนอยู่อาศัย ทั่วไป


มีข้อยกเว้นนิดนึงในเรื่องของการตั้งน้ำพุ เพราะถึงแม้ว่าน้ำพุจะเป็นธาตุน้ำก็ตาม แต่น้ำมีคุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อน้ำหยุดนิ่ง จะเป็นการเก็บกักพลังงาน สามารถเอาไว้ใช้สลายพลังธาตุทองได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อน้ำมีการเคลื่อนไหว เช่น น้ำพุ น้ำตก จะสามารถกระตุ้นพลังงานทิศต่างๆออกมาได้ดีเช่นกัน ดังนั้นกรณีนี้ ถึงแม้ว่าทิศตะวันออกจะเป็นโชคลาภที่ต้องการธาตุไฟ มาเสริม แต่เราก็สามารถตั้งน้ำพุ หรือน้ำตกในทิศโชคลาภได้เช่นกัน< /span>

จากฉบับเดือน ก.พ. ที่ผ่านผมได้บอกถึงทิศต่างๆของปี 51 นี้ไปแล้ว แต่จะขอนำมาลงใหม่ สำหรับท่านที่พลาดอ่านไปดังนี้

fengshui 2008 goodluck

ทิศตะวันออก โชคลาภ ทิศนี้เป็นธาตุดินโชคลาภ เสริมด้วยธาตุไฟ หรือดิน
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศของชื่อเสียง หน้าตา ความสำเร็จ ทิศนี้เป็นธาตุไฟ เสริมด้วยธาตุไม้กระถาง หรือไฟ
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เสน่ห์ ความรัก สติปัญญา วิชาการ ทิศนี้เป็นธาตุไม้ เสริมด้วยธาตุน้ำ, หรือต้นไม้แช่น้ำ
ทิศเหนือ ราชการ อำนาจ ตำแหน่ง ทหาร ตำรวจ ทิศนี้เป็นธาตุทอง เสริมด้วยธาตุทองเคลื่อนไหว
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ป่วย เสื่อม โรคภัยต่างๆ ทิศนี้เป็นธาตุดินที่ไม่ดี ควรหาธาตุทอง นิ่งสงบ มาตั้งเพื่อถ่ายเท
ทิศตะวันตก การแก่งแย่ง ปากเสียง ทะเลาะวิวาท คดีความ ทิศนี้เป็นธาตุไม้ที่ไม่ดี ควรหาธาตุไฟ มาถ่ายเทออก
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ คดีความ ฟ้องร้อง ปัญหาจากอำนาจ ราชการ ทิศนี้ธาตุทองที่ไม่ดี ควรหาธาตุน้ำ นิ่งสงบ มาถ่ายเทออก
ทิศใต้ ทิศร้ายที่สุดแห่งปีกินรวมไปถึงทิศตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงใต้อีกอย่างละครึ่ง ทิศนี้ควรระมัดระวังมากที่สุด เป็นธาตุดินที่เลวร้าย ควรหาธาตุทอง สภาพนิ่งมาถ่ายเทออกมากๆ

ท่านที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟัง ในโอกาสต่อไป

Comments (1) :: Post A Comment! :: Permanent Link

February 25, 2008 - ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ ที่ควรเลี่ยง

ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ ที่ควรเลี่ยง

(นิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือนมีนาคม 51)

หลังจากที่ครั้งที่แล้วพูดถึงฮวงจุ้ยประจำปี ที่ได้บอกถึงทิศของโชคลาภกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่า ฮวงจุ้ยประเภทใดที่อยู่แล้ว ขาดความเจริญยิ่งอยู่ยิ่งยากจน ยิ่งเงินทองสูญหาย ยิ่งนำพาปัญหาและอุปสรรคมาสู่คนในบ้าน ซึ่งท่านผู้อ่านควรรู้เอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บ้านหรือร้านค้าของท่าน ตรงตามฮวงจุ้ยดังต่อไปนี้& lt;/span>

1. บ้านที่ขาดการถ่ายเทอากาศ ปิดทึบ ประตู หน้าต่างมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของบ้าน บ้านที่ดีควรมีพลังงานหมุนเวียนถ่ายเท หรือที่เรียกว่าพลังชี่ มีการหมุนเวียนได้ดีทั่วบ้าน หากบ้านใดที่ปิดทึบตลอดเวลา หรือห้องใดที่มีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาน้อยมาก บ้านนั้นจะขาดพลังชีวิตที่ดี หากมองในแง่วิทยาศาสตร์แล้ว บ้านที่การถ่ายเทอากาศได้ไม่ดีก็เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมเชื้อโรคให้เจริญ เติบโต คนในบ้านเจ็บป่วยได้ง่าย แก้ไขได้ด้วยการ หมั่นถ่ายเทอากาศสม่ำเสมอ หรือให้มีพลังชีวิตของคนมากระตุ้นได้โดยพาเพื่อนมาจัดเลี้ยง สังสรรค์ หรือพาเด็กๆมาวิ่งเล่นเสมอๆ จะเป็นการใช้คนภายนอกนำมาพลังเข้ามาในบ้าน เป็นการกระตุ้นพลังชีวิตของบ้านได้เช่นกัน

2. บ้านที่มีของรกรุงรัง ปิดทางเข้าของบ้าน ขวางหน้าบ้าน บ้านที่ด้านหน้ามีสิ่งของปิดไม่ให้พลังเข้าบ้าน เป็นการทำให้กระแสที่ดีเข้าสู่ตัวบ้านได้ยากและลำบาก บ้านที่ข้างในบ้านมีของรกรุงรังก็เช่นกัน ส่งผลให้กระแสภายในบ้านไหลเวียนไม่สะดวก โชคลาภไม่ทำงานเพราะติดขัดตลอดเวลา ควรหมั่นเก็บกวาดบ้าน และสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วควรนำไปทิ้งเสมอๆ

3. บ้านที่อยู่สูง หรือต่ำกว่าถนนมาก บ้านที่สร้างใหม่ มักจะมีการถมที่เผื่อน้ำท่วมไว้สูงมาก จะส่งผลให้โชคลาภในบ้านไหลออกภายนอกหมด สังเกตุได้ง่ายๆ หลังจากย้ายเข้าบ้านที่สร้างสูงกว่าถนนไว้มากๆ บ้านนั้นจะขาดโชคลาภ และเงินทองจะเก็บไม่ค่อยอยู่ตลอด หรือมีเรื่องให้สูญเสียทรัพย์สินเป็นประจำ ส่วนบ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนนมากเกินไป ก็จะเป็นบ่อพักพลังงานทุกอย่าง พลังไหลเข้าบ้านได้ แต่ออกไม่ได้ ซึ่งเข้าข่ายไม่มีการถ่ายเททีดี ดังนั้นบ้านที่ดี ไม่ควรอยู่สูงกว่าพื้นถนนเกินครึ่งฟุต หรือต่ำกว่าครึ่งฟุต อย่างนี้ถือว่าไม่ต่ำหรือสูงมาก จะช่วยให้พลังงานไหลเวียนถ่ายเทได้ดี และควรออกแบบให้เป็นลักษณะเหมือนแอ่งตื้นๆ เพื่อเก็บพลังงานไว้ได้ และถ่ายเทได้เช่นกัน  ถ้าบ้านที่สูงกว่าถนน บริเวณหน้าบ้านที่ลาดออกถนน ควรมีจุดกั้นพลังงานก่อนไหลออกจากบ้านสูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อกั้นไม่ให้โชคลาภไหลออกได้ง่ายเกินไป

4.บ้านที่มีหน้าต่าง หรือประตูมากเกินไป บ้านที่ดูโปร่ง โล่งสบายเกินไป จะไม่สามารถเก็บพลังไว้ได้ โชคลาภมักจะมาแล้วหายไป เก็บกักไว้ไม่อยู่ ดังนั้นควรแก้ไขด้วยการตรวจหาทิศที่ดีประจำบ้าน และประจำปี ทิศดีให้เปิดรับพลังงาน ที่ร้ายให้ปิดเอาไว้อย่าให้มีการไหลเวียนเข้าบ้าน

5. ประตูหรือหน้าต่างตรงกันจากหน้าบ้านไปสู่หลังบ้าน บ้านที่ประตู หน้าต่างทะลุถึงกัน ก็เป็นอีกรูปแบบที่เงินเข้ามาแล้วออกไป แก้ไขได้โดยหาฉากมากั้น หรือใช้เฟอร์นิเจอร์มาปิดระหว่างหน้าต่างหรือประตูที่ตรงกัน หากห้องนอนที่อยู่ตรงข้ามกันแล้วประตูตรงกัน ถ้าดวงคนในห้องทั้งสองชงกัน ก็จะส่งผลให้มีปากเสียงกันง่ายขึ้น แต่หากเป็นชายหญิงระวังเรื่องชู้สาว หากดวงเข้ากันได้ ความสัมพันธ์จะยิ่งดีขึ้น

6. บ้านที่มีรั้วแบบโปร่ง และไม่มีจุดเก็บพลังงานรอบบ้าน รั้วฝั่งด้านหน้าควรเปิดโล่ง ส่วนด้านอื่นควรปิดทึบ หากโล่งเกินไป ควรหาต้นไม้มาปูลกเป็นแนวแทนก็ได้เช่นกัน

7. บ้านที่บันได หันไปทางหน้าบ้าน และตรงกับประตูบ้าน กระแสจะไหลออกหน้าบ้าน มีเรื่องต้องสูญเสียเงินทองเสมอ ควรหาเฟอร์นิเจอร์มันกั้น หรือฉากมาปิดไว้ สามารถใช้น้ำพุ หรือตู้ปลาช่วยได้

8. สภาพแวดล้อมที่ขาดพลังชิวีตที่ดี รกร้าง อึมครึม ต้นไม้เหี่ยวเฉา หากบ้านใดที่ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดูรกร้างว่างเปล่า ต้นไม้สูงใหญ่ดูอึมครึมน่ากลัว หรือต้นไม้ไม่เจริญเติบโตงอกงาม หมายถึงสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นขาดพลังชีวิตที่ดี บ้านที่ตั้งอยู่ตรงนั้นก็จะขาดพลังชีวิตตามไปด้วย อยู่แล้วไม่เจริญรุ่งเรือง และมีโอกาสเสียชีวิตแบบผิดปกติ แก้ไขโดยพยายามวัดบริเวณบ้านให้น่าอยู่ ร่มรื่น เพื่อช่วยสร้างพลังชีวิตขึ้นมาใหม่

9. สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยขยะ น้ำเสียเน่าเหม็น สกปรก อับชื้น สภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะส่งผลให้มีแต่เรื่องเสียหาย เรื่องที่ไม่ดีเข้าสู่คนในบ้าน ระวังมีปัญหาชู้สาว เจ็บป่วย หน้าที่การงานถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจมืด สิ่งผิดกฏหมาย แม้มีโชคลาภก็นำมาซึ่งความวุ่นวาย เสียหายต่อชื่อเสียง และชีวิตตามมาเสมอๆ

10. บ้านที่อยู่ติดรถไฟฟ้าเกินไป ใต้ทางด่วน สะพาน ทางยกระดับ หรือติดกับสิ่งปลูกสร้างที่สูง และขนาดใหญ่มากเกินไปไม่ดี ตัวอย่างนี้เห็นได้บ่อยในตัวเมือง และสังเกตุได้ง่ายๆตามรถไฟฟ้าในเมือง บ้านที่มีลักษณะแบบนี้จะไม่สามารถดึงพลังเข้าสู่ตัวบ้านได้ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างด้านหน้าไม่อำนวย ไม่เหมาะทำการค้า หรืออยู่อาศัย อีกทั้งการที่มีรถวิ่งผ่านใกล้ตัวบ้านมากเกินไป ส่งผลต่อคนในบ้านมีเรื่องวุ่นวายใจ คิดมาก จิตใจเป็นกังวล หดหู่ได้ง่าย สามารถแก้ไขได้โดยต้องใช้แสงไฟ ส่องสว่าง มาตกแต่งให้โดดเด่นมากเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มพลังชีวิต ถ้าสามารถใช้งานพื้นที่ชั้นบนที่อยู่เหนือสะพาน หรือถนนได้จะดีกว่า หรือให้ถอยร่นออกมาจากถนนให้มีช่องว่างให้มากขึ้น  บางที่เคยเห็นใช้น้ำพุ น้ำตก ก็ช่วยให้มีการไหลเวียนพลังงานส่วนนั้นได้เช่นกัน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือ ลักษณะแบบบ้านที่เข้าข่ายมีโอกาสอยู่แล้วขาดความเจริญรุ่งเรือง ขาดโชคลาภ หากบ้านใดเป็นแบบนี้ก็ลองหาทางแก้ไขตามที่บอกไปได้นะครับ แต่ทั้งนั้นยังต้องดูถึงองศาทิศทางมาประกอบด้วย จึงจะสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า ฮวงจุ้ยนั้นดีหรือร้าย& lt;/span> ซึ่งการคำนวนองศาทิศทางพลังงานต้องใช้ผู้รู้ฮวงจุ้ยมาให้คำแนะ นำอย่างละเอียด เช่น บางบ้านเมื่อคำนวนองศาทิศทางแล้ว พบว่าหน้าบ้านเป็นองศาที่ไม่ดี แต่โชคลาภอยู่ด้านหลังบ้าน ดังนั้นวิธีการปรับบ้านเพื่อรับพลังงานก็จะกลับหัวกัน คือ หน้าบ้านต้องปิดทึบ ส่วนหลังบ้านต้องโล่ง อย่างนี้เป็นต้น  หรือ แม้แต่บ้านที่เป็นทางสามแพร่งที่ซินแสทั่วไปให้หลีกเลี่ยง แต่ถ้าคำนวนองศาแล้วเป็นองศาที่ดี เมื่อย้ายเข้าอยู่แล้ว ยิ่งเจริญก้าวหน้ารวดเร็วมากกว่าปกติถึง 5-10 เท่า แต่หากไม่รู้จริงก็เสื่อมได้ 5-10 เท่าเช่นกัน ดังนั้นซินแสทั่วไปจึงมักให้เลี่ยงทางสามแพร่งหากยังไม่ได้คำนวนองศาทิศทาง

อย่าลืมนะครับ ผมยังย้ำเสมอว่าฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง จะต้องวัดผลได้ภายใน 3-4 เดือน ส่งสัญญาณได้ภายใน 1 เดือนแรก ดังนั้นท่านผู้อ่านสามารถทดลองปรับเปลี่ยนและคอยดูผลได้เลย หากปรับแล้วดีขึ้น ก็ให้ใช้ตามนั้น แต่หากปรับแล้วภายในเดือนแรกดูแนวโน้มแสดงผลร้ายมากกว่า ก็รีบปรับเปลี่ยนใหม่ และหาทางแก้ไขไปในตัว

และที่ต้องระมัดระวังก็คือ เรื่องการตั้งน้ำพุ เป็นการกระตุ้นพลังงานได้เร็วและเห็นผลชัด หากตั้งในจุดที่เสื่อม ก็จะส่งสัญญาณเสื่อมให้รู้ได้เร็ว หรือทิศทางตำแหน่งการวางถูกต้อง แต่ไปตั้งในฤกษ์ยามที่เป็นอสูร หรือส่งผลร้าย อย่างนี้ก็เกิดผลร้ายตามมาเช่นกัน

ฮวงจุ้ย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะว่ากันให้เห็นชัด แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปหากท่านผู้อ่านค่อยๆนำมาปรับใช้ เปรียบเสมือนถ้ามีรถยนต์ เราก็ควรรู้เบื่องต้นในการปรับแต่งเครื่องยนต์ รู้วิธีการบำรุงรักษาเบื่องต้น แต่เมื่อเกิดปัญหา ต้องแก้ไขปรับจูน หรือต้องไปเกี่ยวข้องกับเทคนิคของเครื่อง เราก็ควรอาศัยวิศวกร หรือช่างที่มีฝีมือ มาช่วยในการแก้ไขจะดีกว่า หรือไม่ก็ไปศึกษามันซะเองเลย  ฮวงจุ้ยก็เช่นกัน ผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานบ้างในหลักการ และการปรับแต่งอย่างละเอียดควรเชิญซินแส หรือผู้รู้ไปช่วยจะดีกว่า

หากว่าผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัย เกี่ยวกับฮวงจุ้ยบ้าน ร้านค้าของท่าน สามารถสอบถามปัญหาฮวงจุ้ยได้ที่ email: fs@fengshuix.com หรือโทร. 089-697-4500 หรือเข้าไปยังเวบไซต์ http://www.fengshuix.com หากคำถามใดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ จะพยายามนำมาลงในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

January 24, 2008 - ฮวงจุ้ย เคล็ดลับแห่งความร่ำรวย สำหรับปี 51

(บทความลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน ก.พ. 51) 

หลังจากที่คราวที่แล้วได้อธิบายถึงหลักการฮวงจุ้ยที่ถูกต้องไป แล้ว คงทำให้ท่านผู้อ่านได้มีหลักการทางฮวงจุ้ยที่มีหลักเหตุและผลมากขึ้น ฉบับนี้เราจะมาพูดถึงการจัดฮวงจุ้ยอย่างไรให้รับโชคลาภสำหรับปี 51 และองค์ประกอบที่ทำให้การจัดฮวงจุ้ยอย่างไรให้เห็นผล ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญ มีดังนี้

1.       ชัยภูมิ คือ รูปร่าง ลักษณะต่างๆที่มีผลต่อการไหลเวียนถ่ายเทของพลังงาน เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์

2.       องศาทิศทาง คือ สูตรแห่งการคำนวนพลังงานในแต่ละส่วนของบ้าน เปรียบเสมือนจิตใจที่อยู่ภายใน

3.       บุคคลผู้อาศัย คือ ชุดพลังงานของแต่ละบุคคล หรือดวงชะตาของคนเรา

4.       ฤกษ์ยาม คือ สูตรคำนวนพลังฟ้าดิน ให้สัมพันธ์ ทั้ง ฟ้า – คน – ดิน

หากการจัดฮวงจุ้ยอย่างละเอียดลงลึกไปถึงการตรวจสอบครบทั้ง 4 ข้อนี้ ย่อมส่งผลถึงผู้ที่อยู่อาศัยทันที ไม่เกิน 7 วันย่อมมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หรืออย่างช้าสุดคือ 120 วันต้องส่งผลให้เห็น ไม่ต้องรอผลนานเป็น 1-2 ปี และถ้าหากว่าจัดแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำว่าให้ลองปรึกษาซินแสเพื่อตรวจการจัดฮวงจุ้ยใหม่อีกครั้ง และในองค์ประกอบที่สำคัญที่จะกล่าวถึงในฉบับนี้ ก็คือ การคำนวนพลังงานเพื่อต้อนรับโชคลาภ และหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยร้ายประจำปี 51

ในแต่ละปีนั้น พลังงานจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนทิศไปเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าเราเรียนรู้ว่าปีนั้นๆ ทิศใดเป็นทิศดี ทิศร้ายประจำปี และมีการจัดฮวงจุ้ยกระตุ้นพลังงานประจำปีในทิศต่างๆได้เหมาะสม ก็จะส่งผลดีกับผู้ที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับในปี 51 นี้ ก็จะขอสรุปทั้งแปดทิศ และวิธีการกระตุ้นรับโชคประจำปี อย่างนี้น่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะครับ

ทิศตะวันออก ดาว 8 เป็นทิศโชคลาภประจำปี 51 ทิศนี้มีพลังธาตุดินแห่งโชคลาภแฝงอยู่ทั้งปี ถ้าเตียงนอน หรือโต๊ะทำงานตั้งอยู่ในทิศนี้ก็จะมีสิทธิ์ได้รับโชคลาภ การทำงานส่งผลดี แก้ไขปัญหาอุปสรรคได้อย่างราบรื่น และเพื่อกระตุ้นโชคลาภประจำปี ให้ตกแต่งทิศนี้ด้วยสีแดง ชมพูให้โดเด่น หรือตั้งโคมไฟสีแดงเปิดตลอดทั้งปี หรือตั้งน้ำพุ น้ำวน หรือน้ำที่มีลักษณะเคลื่อนไหวตลอดเวลาในทิศนี้ ก็จะเป็นการกระจายพลังงานจากทิศนี้ให้ส่งผลมากขึ้น และควรให้ทิศนี้โล่ง และมีการหมุนเวียนพลังงานตลอดเวลา ถ้าประตูบ้าน หรือหน้าต่างบ้านของคุณอยู่ในทิศนี้ ก็ควรจัดให้โล่งรับลมได้อย่างสะดวก เปิดรับลมได้ทั้งปี หรือสามารถเอาพัดลมมาตั้งในทิศนี้เสริมได้เช่นกัน หากสามารถตรวจดูฤกษ์ยามได้ตามหลักที่ถูกต้อง(ต้องปรึกษาซินแส) ไปกระตุ้น เคาะ ตอก เจาะ ก็จะส่งผลเร็ว ภายใน 2 ชม. ไม่เกิน 7 วันหลีกเลี่ยงการตกแต่งด้วยวัสดุสีขาว หรือที่ทำจากโลหะแวววาว

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ดาว 9 พลังแห่งธาตุไฟ ทิศแห่งชื่อเสียง การแสดงออกที่โดดเด่น ความสวยงาม แสง สีสัน วิชาการที่โดดเด่น ตำแหน่ง ยศศักดิ์ ชื่อเสียงทางสังคม การออกงานสังคม และเป็นที่รู้จักมากขึ้น ถ้าทำงานด้านการแสดง บันเทิง อาจารย์ นักพูด หรืองานด้านประชาสัมพันธ์ โฆษณา นั่งทำงานในทิศนี้ ก็จะส่งผลดีเหมาะสมกับตำแหน่งงาน และเสริมทิศนี้ด้วย ต้นไม้ทรงสูงๆ ใบเรียวๆ สีสันสดใส ถ้าเป็นสีแดง ชมพู ก็ยิ่งสิ่งผลดี หลีกเลี่ยง สีส้ม เหลือง

ทิศเหนือ ดาว 6 พลังธาตุทอง ทิศแห่งอำนาจ ยศศักดิ์ ตำแหน่งที่นำมาซึ่งอำนาจ การเมือง ข้าราชการ นักกฏหมาย ทหาร ตำรวจ ผู้นำ การควบคุมบริวาร ลูกน้อง ถ้าคุณเป็นหัวหน้างาน เจ้าของบริษัท การเลือกนั่งทิศนี้ในปี 51 ก็จะส่งผลดีต่อการควบคุมลูกน้อง หรือถ้าคุณเป็นข้าราชการที่ต้องการได้รับตำแหน่ง หรือเลื่อนขั้น ก็แนะนำให้ย้ายเตียงนอนมาอยู่ที่ทิศนี้ก็จะช่วยให้มีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น เสริมพลังทิศนี้ โดยหาวัสดุที่ทำจากโลหะมันวาวมาตั้ง ถ้าได้ทรงกลมจะยิ่งดี หรืออาจจะเป็นพัดลมทองเหลืองพัดตลอดเวลาก็ยิ่งดี เพราะได้ทั้งธาตุทองและมีการกระตุ้นเคลื่อนไหวพลังงานตลอดเวลา อาจจะหานาฬิกาลูกตุ้มโลหะมาตั้ง หรือจะเป็นแมวกวักสีทอง ให้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดาว 4 พลังธาตุไม้ ทิศที่แฝงด้วยเสน่ห์ ความรัก การศึกษา การเรียน ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา ถ้าต้องการเสริมเสน่ห์ ความรัก ให้ใช้แจกันใส่ดอกไม้สดแช่น้ำ มาตั้งประดับไว้ที่มุมนี้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังบ่งบอกถึงเรื่องการศึกษา สติปัญญา และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยเสริมด้วยต้นไม้ชนิดมีแต่ใบ 4 ต้นแช่น้ำ เช่น ใผ่กวนอิมแช่น้ำ หรือแท่งดินสอ 4 แท่งขนาดใหญ่ และจัดทิศนี้เป็นมุมอ่านหนังสือเป็นประจำก็จะช่วยเพิ่มสมาธิและสติปัญญาได้ ดีขึ้นด้วย

ทิศตะวันตก ดาว 3 พลังธาตุไม้ (ร้าย) ทิศของการเกิดปากเสียง ทะเลาะวิวาท ถูกขโมย หรือคดีความ เป็นทิศที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณนี้ ไม่ควรนั่ง นอน ทำงาน หรือใช้งานทิศร้ายนี้บ่อยๆ ถ้าของมีค่าอยู่บริเวณนี้ก็ระวังถูกขโมย หรือสูญหาย แก้ไขโดยใช้ธาตุไฟสลายพลังธาตุไม้ ตกแต่งทิศนี้ด้วยสีแดง ชมพูโดดเด่น ห้ามมีวัตถุเคลื่อนไหว ถ้ามีพัดลมหรือช่องแอร์ ควรปิดชั่วคราว ถ้าจำเป็นต้องเปิด ควรต้องเสริมสีแดง หรือโคมไฟแดงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ทิศใต้ ดาว 5 พลังธาตุดิน(ร้าย) ทิศของความเลวร้าย วิบัติทุกรูปแบบ ฟ้องร้องคดีความ อุบัติเหตุเภทภัย เจ็บป่วยรุนแรง สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง หากมีการกระตุ้นทิศนี้อย่างรุนแรงอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้เพราะปี 51 นี้นอกจากจะเป็นดาว 5 ซึ่งถือว่าเป็นดาวร้ายที่สุดแล้ว ยังซ้อนทับด้วยเป็นทิศอสูรและทิศแตกประจำปี ถือว่าทิศใต้ปีนี้ ร้าย 3 ชั้นซ้อนกัน ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง บ้านที่หันหน้า หรือหันหลังพิงทิศนี้ ในปี 51 จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ให้ระวังเกิดเหตุกับคนในบ้าน แก้ไขโดย ตกแต่งด้วยการใช้วัตถุโลหะมันวาวกลมๆ ตั้งให้ดูโดดเด่น ห้ามเคลื่อนไหว ถ้าเป็นที่ทำงานอาจจะเอาตู้เหล็กเก็บเอกสารมาตั้งวางทับจุดนี้ก็ใช้ได้เช่น กัน แขวนกระดิ่งโลหะชนิด 6 ท่อไว้นอกบ้านในทิศนี้ และควรเลี่ยงใช้งานทิศนี้อย่างเด็ดขาด ห้ามนั่ง นอน ทำงาน ห้ามมีสีแดง ชมพู วัตถุเคลื่อนไหวทุกชนิด เช่น พัดลม แอร์ ช่องลม ประตู หน้าต่าง ควรปิดตายไว้ตลอดทั้งปี ถ้าจำเป็นให้เปิดออก

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดาว 7 พลังธาตุทอง(ร้าย) ทิศของความขัดแย้ง แตกหัก การต่อสู้ ทะเลาะวิวาท หลอกลวง โจรขโมย บาดเจ็บเสียเลือด ทิศนี้ห้ามมีวัตถุเคลื่อนไหว ไม่ควรเปิดหน้าต่างชั่วคราว แก้ไขโดยใช้สีฟ้า น้ำเงินตกแต่งมากๆ หรือหาน้ำ 1 อ่างใหญ่ๆมาตั้งให้น้ำนิ่งเพื่อเก็บพลังร้ายไม่ให้กระจายออก ไป

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ดาว 2 พลังธาตุดิน(ร้าย) ทิศที่แฝงพลังความเจ็บป่วย ความเสื่อม โดดเดี่ยว เป็นม่าย ควรเลี่ยงการใช้ชีวิตบริเวณนี้ และจัดให้มุมนี้ไม่มืดอับ ถ้ามืดอับอาจจะเจอวิญญาณบริเวณนี้  สลายพลังร้ายด้วยโลหะมันวาวกลมๆ ตั้งให้ดูโดดเด่น หรือแขวนน้ำเต้าเพื่อแก้การเจ็บป่วยได้ ห้ามมีสีแดง ชมพู ส้ม เหลือง น้ำตาล ห้ามจุดไฟ ห้ามตั้งเตาไฟในทิศนี้ เพราะจะยิ่งส่งผลมากขึ้น

ฉบับหน้า... อธิบายถึงการแบ่งบ้านเป็นทิศต่างๆ สำหรับการตกแต่ง และการปรับแต่งฮวงจุ้ยด้วยตนเอง

Fengshuix.com

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

About Me

Fengshui ฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม ฮวงจุ้ยขั้นสูง ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ ฮวงจุ้ย 64 ข่วย ดาว 9 ยุค ดาวเหิร ดูดวง ดวงชะตา

Friends

บทความทั้งหมดสงวนลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฏหมาย Fengshuix.com

Fengshui

,

ฮวงจุ้ย

,

ฮวงจุ้ยร้านค้า

,

ดวงจีน

,

ฤกษ์ยาม

,

ฮวงจุ้ยขั้นสูง

,

ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์

,

ฮวงจุ้ย 64 ข่วย

,

เลือกทำเลฮวงจุ้ยดี

,

ทิศอสูร

,

ดูดวง

,

ดวงชะตา

Fengshui

,