Fengshui ฮวงจุ้ย

March 27, 2008 - ฮวงจุ้ย… พลิกแพลงเหนือชั้น การปรังแต่งฮวงจุ้ยด้วยหลักธาตุทั้ง 5

ฮวงจุ้ย… พลิกแพลงเหนือชั้น การปรังแต่งฮวงจุ้ยด้วยหลักธาตุทั้ง 5

หลังจากที่ฉบับเดือนก.พ. 2551 ที่ผ่านมาได้พูดถึงฮวงจุ้ยของทิศโชคลาภ ทิศดี-ร้าย ทั้งแปดทิศแล้ว รวมไปถึงแนะนำวิธีแสวงหาพลังงานโชคลาภเข้าสู่ตัวบ้านร้านค้า และตัวผู้อยู่อาศัยเอง ฉบับนี้จึงอยากขยายความถึงวิธีจัดมุมต่างๆให้สัมพันธ์กับฮวงจุ้ยตามหลักธาตุทั้ง 5 เพื่อท่านผู้อ่านนำไปพลิกแพลงปรับแต่งได้ด้วยตนเอง
วิชาฮวงจุ้ยว่าด้วยการบริหารพลังงานของชาวจีนนั้น มีการแบ่งสรรพสิ่งบนโลกนี้เป็นธาตุต่างๆทั้งหมด 5 ธาตุ ได้แก่ ไม้, ไฟ, ดิน, ทอง และน้ำ โดยมีวัฏจักรการก่อเกิดธาตุทั้งห้า ดังนี้

fengshi 5 elements

จากแผนภูมิที่แสดงความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 จะเห็นว่าจะมีการก่อเกิดซึ่งกันและกัน และในแต่ละทิศเราก็จะมาดูว่าทิศใดดีหรือร้าย หากทิศที่ดี เราใช้หลักการกระตุ้น หมุนเวียนถ่ายเทพลังงาน ใช้หลักการเคลื่อนไหว ในบริเวณที่ดี ให้พลังงานที่ดีได้มีการหมุนเวียน หรือส่งพลังจากทิศนั้นออกมาบ่อยๆ ส่วนทิศไหนที่ไม่ดี เราก็พยายามทำให้พลังงานหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ปิดทึบ หรือเอาไว้วางของหรือตู้หนักๆเป็นต้น นี่คือ หลักประการแรก


ประการที่สองเราจะใช้หลักการก่อเกิด ถ่ายเทของพลังงานธาตุในทิศนั้น ถ้าทิศที่ดี เราก็จะหาธาตุที่มาก่อเกิดทิศดีให้มีพลังงานที่ดีมากขึ้น ส่วนทิศไม่ดี เราก็จะใช้ธาตุที่มาถ่ายเทพลังงานไม่ดีให้มีกำลังน้อยลงไม่ส่งผลกับเรามากนัก โดยหลีกเลี่ยงธาตุที่มาก่อเกิดพลังร้ายนั้นๆ
การวิเคราะห์ตามธาตุต่างๆ จะมีทั้งเรื่องของแสง สี ประเภทของวัสดุ และรูปทรงต่างๆ สรุปตามตารางดังนี้

ธาตุ สี รูปทรง ลักษณะพลังงาน ตัวอย่างวัสดุที่ใช้แทนธาตุต่างๆ
ดิน น้ำตาล, เหลือง ส้ม สี่เหลี่ยม หนักแน่นมั่นคง รูปปั้น, เซรามิค, กระถางดิน
ทอง ขาว, เงิน, ทอง ทรงกลม, โค้ง หมุนเกลียว, ทรงกลม, ใบมีดเชือดเฉือน โลหะทุกชนิด, กระดิ่งโลหะ, สแตนเลส
น้ำ ฟ้า, น้ำเงิน, ดำ คลื่น, รูปทรงที่ต่อเนื่องซ้ำๆ เปลี่ยนแปลงได้,
ต่อเนื่องซ้ำๆ,ไหลลงล่าง
น้ำนิ่ง, ตู้ปลา, น้ำพุ, ภาพวาดสีน้ำเงิน
ไม้ เขียว ทรงสูง พุ่งสูงขึ้น ต้นไม้, เฟอร์นิเจอร์ไม้, ชั้นวางของทรงสูง
ไฟ แดง, ชมพู, ม่วง สามเหลี่ยม แผ่กระจาย โคมไฟสีแดง, ป้ายไฟ, จุดเทียนอโรมา

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การปรับแต่งฮวงจุ้ย ก็คือการบริหารพลังงานรอบตัวให้เหมาะสม โดยดึงเอาพลังดีมาทำงานและพลังร้ายให้หยุดนิ่ง ถ้าผู้ที่เข้าใจวิชาฮวงจุ้ยที่แท้จริงแล้วจะไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ฮวงจุ้ยที่มีขายในท้องตลาดก็ได้ โดยสามารถนำเอาวัสดุต่างๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน มาปรับใช้งานแทนก็ได้เช่นกัน คนทั่วไป หรือลูกค้าที่เข้ามาในร้านก็ไม่รู้ว่าตั้งไว้เพื่อปรับฮวงจุ้ย นำมาใช้งานได้อย่างไม่ต้องเกรงว่าร้านค้าข้างๆจะรู้ตัว เช่น มุมใดต้องการธาตุไฟ ผมก็แนะนำให้ร้านค้านั้นแปะโปสเตอร์สินค้าที่พื้นหลังสีแดง ชมพูเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น เห็นมั๊ยครับ การปรับแต่งฮวงจุ้ยง่ายนิดเดียว ของเพียงมีเข้าใจหลักของธาตุทั้ง 5 เราก็เอามาพลิกแพลงปรับแต่งได้ง่ายๆโดยใช้วัสดุรอบๆตัวเรานี้แหล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องใช้เสือคาบดาบ, ยันต์แปดทิศ, สิงโต หรือมังกร หรืออีกหลากหลายวัสดุที่มีขายทุกวันนี้ เรียกว่า ถ้าซื้อมาปรับหมดในบ้านคงเหมือนศาลเจ้ามากกว่าที่จะเหมือนบ้านคนอยู่อาศัยทั่วไป


มีข้อยกเว้นนิดนึงในเรื่องของการตั้งน้ำพุ เพราะถึงแม้ว่าน้ำพุจะเป็นธาตุน้ำก็ตาม แต่น้ำมีคุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อน้ำหยุดนิ่ง จะเป็นการเก็บกักพลังงาน สามารถเอาไว้ใช้สลายพลังธาตุทองได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อน้ำมีการเคลื่อนไหว เช่น น้ำพุ น้ำตก จะสามารถกระตุ้นพลังงานทิศต่างๆออกมาได้ดีเช่นกัน ดังนั้นกรณีนี้ ถึงแม้ว่าทิศตะวันออกจะเป็นโชคลาภที่ต้องการธาตุไฟ มาเสริม แต่เราก็สามารถตั้งน้ำพุ หรือน้ำตกในทิศโชคลาภได้เช่นกัน

จากฉบับเดือน ก.พ. ที่ผ่านผมได้บอกถึงทิศต่างๆของปี 51 นี้ไปแล้ว แต่จะขอนำมาลงใหม่ สำหรับท่านที่พลาดอ่านไปดังนี้

fengshui 2008 goodluck

ทิศตะวันออก โชคลาภ ทิศนี้เป็นธาตุดินโชคลาภ เสริมด้วยธาตุไฟ หรือดิน
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศของชื่อเสียง หน้าตา ความสำเร็จ ทิศนี้เป็นธาตุไฟ เสริมด้วยธาตุไม้กระถาง หรือไฟ
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เสน่ห์ ความรัก สติปัญญา วิชาการ ทิศนี้เป็นธาตุไม้ เสริมด้วยธาตุน้ำ, หรือต้นไม้แช่น้ำ
ทิศเหนือ ราชการ อำนาจ ตำแหน่ง ทหาร ตำรวจ ทิศนี้เป็นธาตุทอง เสริมด้วยธาตุทองเคลื่อนไหว
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ป่วย เสื่อม โรคภัยต่างๆ ทิศนี้เป็นธาตุดินที่ไม่ดี ควรหาธาตุทอง นิ่งสงบ มาตั้งเพื่อถ่ายเท
ทิศตะวันตก การแก่งแย่ง ปากเสียง ทะเลาะวิวาท คดีความ ทิศนี้เป็นธาตุไม้ที่ไม่ดี ควรหาธาตุไฟ มาถ่ายเทออก
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ คดีความ ฟ้องร้อง ปัญหาจากอำนาจ ราชการ ทิศนี้ธาตุทองที่ไม่ดี ควรหาธาตุน้ำ นิ่งสงบ มาถ่ายเทออก
ทิศใต้ ทิศร้ายที่สุดแห่งปีกินรวมไปถึงทิศตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงใต้อีกอย่างละครึ่ง ทิศนี้ควรระมัดระวังมากที่สุด เป็นธาตุดินที่เลวร้าย ควรหาธาตุทอง สภาพนิ่งมาถ่ายเทออกมากๆ

ท่านที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

February 25, 2008 - ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ ที่ควรเลี่ยง

ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ ที่ควรเลี่ยง

(นิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือนมีนาคม 51)

หลังจากที่ครั้งที่แล้วพูดถึงฮวงจุ้ยประจำปี ที่ได้บอกถึงทิศของโชคลาภกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่า ฮวงจุ้ยประเภทใดที่อยู่แล้วขาดความเจริญยิ่งอยู่ยิ่งยากจน ยิ่งเงินทองสูญหาย ยิ่งนำพาปัญหาและอุปสรรคมาสู่คนในบ้าน ซึ่งท่านผู้อ่านควรรู้เอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บ้านหรือร้านค้าของท่านตรงตามฮวงจุ้ยดังต่อไปนี้

1. บ้านที่ขาดการถ่ายเทอากาศ ปิดทึบ ประตู หน้าต่างมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของบ้าน บ้านที่ดีควรมีพลังงานหมุนเวียนถ่ายเท หรือที่เรียกว่าพลังชี่ มีการหมุนเวียนได้ดีทั่วบ้าน หากบ้านใดที่ปิดทึบตลอดเวลา หรือห้องใดที่มีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาน้อยมาก บ้านนั้นจะขาดพลังชีวิตที่ดี หากมองในแง่วิทยาศาสตร์แล้ว บ้านที่การถ่ายเทอากาศได้ไม่ดีก็เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมเชื้อโรคให้เจริญเติบโต คนในบ้านเจ็บป่วยได้ง่าย แก้ไขได้ด้วยการ หมั่นถ่ายเทอากาศสม่ำเสมอ หรือให้มีพลังชีวิตของคนมากระตุ้นได้โดยพาเพื่อนมาจัดเลี้ยง สังสรรค์ หรือพาเด็กๆมาวิ่งเล่นเสมอๆ จะเป็นการใช้คนภายนอกนำมาพลังเข้ามาในบ้าน เป็นการกระตุ้นพลังชีวิตของบ้านได้เช่นกัน

2. บ้านที่มีของรกรุงรัง ปิดทางเข้าของบ้าน ขวางหน้าบ้าน บ้านที่ด้านหน้ามีสิ่งของปิดไม่ให้พลังเข้าบ้าน เป็นการทำให้กระแสที่ดีเข้าสู่ตัวบ้านได้ยากและลำบาก บ้านที่ข้างในบ้านมีของรกรุงรังก็เช่นกัน ส่งผลให้กระแสภายในบ้านไหลเวียนไม่สะดวก โชคลาภไม่ทำงานเพราะติดขัดตลอดเวลา ควรหมั่นเก็บกวาดบ้าน และสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วควรนำไปทิ้งเสมอๆ

3. บ้านที่อยู่สูง หรือต่ำกว่าถนนมาก บ้านที่สร้างใหม่ มักจะมีการถมที่เผื่อน้ำท่วมไว้สูงมาก จะส่งผลให้โชคลาภในบ้านไหลออกภายนอกหมด สังเกตุได้ง่ายๆ หลังจากย้ายเข้าบ้านที่สร้างสูงกว่าถนนไว้มากๆ บ้านนั้นจะขาดโชคลาภ และเงินทองจะเก็บไม่ค่อยอยู่ตลอด หรือมีเรื่องให้สูญเสียทรัพย์สินเป็นประจำ ส่วนบ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนนมากเกินไป ก็จะเป็นบ่อพักพลังงานทุกอย่าง พลังไหลเข้าบ้านได้ แต่ออกไม่ได้ ซึ่งเข้าข่ายไม่มีการถ่ายเททีดี ดังนั้นบ้านที่ดี ไม่ควรอยู่สูงกว่าพื้นถนนเกินครึ่งฟุต หรือต่ำกว่าครึ่งฟุต อย่างนี้ถือว่าไม่ต่ำหรือสูงมาก จะช่วยให้พลังงานไหลเวียนถ่ายเทได้ดี และควรออกแบบให้เป็นลักษณะเหมือนแอ่งตื้นๆ เพื่อเก็บพลังงานไว้ได้ และถ่ายเทได้เช่นกัน  ถ้าบ้านที่สูงกว่าถนน บริเวณหน้าบ้านที่ลาดออกถนน ควรมีจุดกั้นพลังงานก่อนไหลออกจากบ้านสูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อกั้นไม่ให้โชคลาภไหลออกได้ง่ายเกินไป

4.บ้านที่มีหน้าต่าง หรือประตูมากเกินไป บ้านที่ดูโปร่ง โล่งสบายเกินไป จะไม่สามารถเก็บพลังไว้ได้ โชคลาภมักจะมาแล้วหายไป เก็บกักไว้ไม่อยู่ ดังนั้นควรแก้ไขด้วยการตรวจหาทิศที่ดีประจำบ้าน และประจำปี ทิศดีให้เปิดรับพลังงาน ที่ร้ายให้ปิดเอาไว้อย่าให้มีการไหลเวียนเข้าบ้าน

5. ประตูหรือหน้าต่างตรงกันจากหน้าบ้านไปสู่หลังบ้าน บ้านที่ประตู หน้าต่างทะลุถึงกัน ก็เป็นอีกรูปแบบที่เงินเข้ามาแล้วออกไป แก้ไขได้โดยหาฉากมากั้น หรือใช้เฟอร์นิเจอร์มาปิดระหว่างหน้าต่างหรือประตูที่ตรงกัน หากห้องนอนที่อยู่ตรงข้ามกันแล้วประตูตรงกัน ถ้าดวงคนในห้องทั้งสองชงกัน ก็จะส่งผลให้มีปากเสียงกันง่ายขึ้น แต่หากเป็นชายหญิงระวังเรื่องชู้สาว หากดวงเข้ากันได้ ความสัมพันธ์จะยิ่งดีขึ้น

6. บ้านที่มีรั้วแบบโปร่ง และไม่มีจุดเก็บพลังงานรอบบ้าน รั้วฝั่งด้านหน้าควรเปิดโล่ง ส่วนด้านอื่นควรปิดทึบ หากโล่งเกินไป ควรหาต้นไม้มาปูลกเป็นแนวแทนก็ได้เช่นกัน

7. บ้านที่บันได หันไปทางหน้าบ้าน และตรงกับประตูบ้าน กระแสจะไหลออกหน้าบ้าน มีเรื่องต้องสูญเสียเงินทองเสมอ ควรหาเฟอร์นิเจอร์มันกั้น หรือฉากมาปิดไว้ สามารถใช้น้ำพุ หรือตู้ปลาช่วยได้

8. สภาพแวดล้อมที่ขาดพลังชิวีตที่ดี รกร้าง อึมครึม ต้นไม้เหี่ยวเฉา หากบ้านใดที่ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดูรกร้างว่างเปล่า ต้นไม้สูงใหญ่ดูอึมครึมน่ากลัว หรือต้นไม้ไม่เจริญเติบโตงอกงาม หมายถึงสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นขาดพลังชีวิตที่ดี บ้านที่ตั้งอยู่ตรงนั้นก็จะขาดพลังชีวิตตามไปด้วย อยู่แล้วไม่เจริญรุ่งเรือง และมีโอกาสเสียชีวิตแบบผิดปกติ แก้ไขโดยพยายามวัดบริเวณบ้านให้น่าอยู่ ร่มรื่น เพื่อช่วยสร้างพลังชีวิตขึ้นมาใหม่

9. สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยขยะ น้ำเสียเน่าเหม็น สกปรก อับชื้น สภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะส่งผลให้มีแต่เรื่องเสียหาย เรื่องที่ไม่ดีเข้าสู่คนในบ้าน ระวังมีปัญหาชู้สาว เจ็บป่วย หน้าที่การงานถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจมืด สิ่งผิดกฏหมาย แม้มีโชคลาภก็นำมาซึ่งความวุ่นวาย เสียหายต่อชื่อเสียง และชีวิตตามมาเสมอๆ

10. บ้านที่อยู่ติดรถไฟฟ้าเกินไป ใต้ทางด่วน สะพาน ทางยกระดับ หรือติดกับสิ่งปลูกสร้างที่สูง และขนาดใหญ่มากเกินไปไม่ดี ตัวอย่างนี้เห็นได้บ่อยในตัวเมือง และสังเกตุได้ง่ายๆตามรถไฟฟ้าในเมือง บ้านที่มีลักษณะแบบนี้จะไม่สามารถดึงพลังเข้าสู่ตัวบ้านได้ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างด้านหน้าไม่อำนวย ไม่เหมาะทำการค้า หรืออยู่อาศัย อีกทั้งการที่มีรถวิ่งผ่านใกล้ตัวบ้านมากเกินไป ส่งผลต่อคนในบ้านมีเรื่องวุ่นวายใจ คิดมาก จิตใจเป็นกังวล หดหู่ได้ง่าย สามารถแก้ไขได้โดยต้องใช้แสงไฟ ส่องสว่าง มาตกแต่งให้โดดเด่นมากเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มพลังชีวิต ถ้าสามารถใช้งานพื้นที่ชั้นบนที่อยู่เหนือสะพาน หรือถนนได้จะดีกว่า หรือให้ถอยร่นออกมาจากถนนให้มีช่องว่างให้มากขึ้น  บางที่เคยเห็นใช้น้ำพุ น้ำตก ก็ช่วยให้มีการไหลเวียนพลังงานส่วนนั้นได้เช่นกัน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือ ลักษณะแบบบ้านที่เข้าข่ายมีโอกาสอยู่แล้วขาดความเจริญรุ่งเรือง ขาดโชคลาภ หากบ้านใดเป็นแบบนี้ก็ลองหาทางแก้ไขตามที่บอกไปได้นะครับ แต่ทั้งนั้นยังต้องดูถึงองศาทิศทางมาประกอบด้วย จึงจะสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า ฮวงจุ้ยนั้นดีหรือร้าย ซึ่งการคำนวนองศาทิศทางพลังงานต้องใช้ผู้รู้ฮวงจุ้ยมาให้คำแนะนำอย่างละเอียด เช่น บางบ้านเมื่อคำนวนองศาทิศทางแล้ว พบว่าหน้าบ้านเป็นองศาที่ไม่ดี แต่โชคลาภอยู่ด้านหลังบ้าน ดังนั้นวิธีการปรับบ้านเพื่อรับพลังงานก็จะกลับหัวกัน คือ หน้าบ้านต้องปิดทึบ ส่วนหลังบ้านต้องโล่ง อย่างนี้เป็นต้น  หรือ แม้แต่บ้านที่เป็นทางสามแพร่งที่ซินแสทั่วไปให้หลีกเลี่ยง แต่ถ้าคำนวนองศาแล้วเป็นองศาที่ดี เมื่อย้ายเข้าอยู่แล้ว ยิ่งเจริญก้าวหน้ารวดเร็วมากกว่าปกติถึง 5-10 เท่า แต่หากไม่รู้จริงก็เสื่อมได้ 5-10 เท่าเช่นกัน ดังนั้นซินแสทั่วไปจึงมักให้เลี่ยงทางสามแพร่งหากยังไม่ได้คำนวนองศาทิศทาง

อย่าลืมนะครับ ผมยังย้ำเสมอว่าฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง จะต้องวัดผลได้ภายใน 3-4 เดือน ส่งสัญญาณได้ภายใน 1 เดือนแรก ดังนั้นท่านผู้อ่านสามารถทดลองปรับเปลี่ยนและคอยดูผลได้เลย หากปรับแล้วดีขึ้น ก็ให้ใช้ตามนั้น แต่หากปรับแล้วภายในเดือนแรกดูแนวโน้มแสดงผลร้ายมากกว่า ก็รีบปรับเปลี่ยนใหม่ และหาทางแก้ไขไปในตัว

และที่ต้องระมัดระวังก็คือ เรื่องการตั้งน้ำพุ เป็นการกระตุ้นพลังงานได้เร็วและเห็นผลชัด หากตั้งในจุดที่เสื่อม ก็จะส่งสัญญาณเสื่อมให้รู้ได้เร็ว หรือทิศทางตำแหน่งการวางถูกต้อง แต่ไปตั้งในฤกษ์ยามที่เป็นอสูร หรือส่งผลร้าย อย่างนี้ก็เกิดผลร้ายตามมาเช่นกัน

ฮวงจุ้ย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะว่ากันให้เห็นชัด แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปหากท่านผู้อ่านค่อยๆนำมาปรับใช้ เปรียบเสมือนถ้ามีรถยนต์ เราก็ควรรู้เบื่องต้นในการปรับแต่งเครื่องยนต์ รู้วิธีการบำรุงรักษาเบื่องต้น แต่เมื่อเกิดปัญหา ต้องแก้ไขปรับจูน หรือต้องไปเกี่ยวข้องกับเทคนิคของเครื่อง เราก็ควรอาศัยวิศวกร หรือช่างที่มีฝีมือ มาช่วยในการแก้ไขจะดีกว่า หรือไม่ก็ไปศึกษามันซะเองเลย  ฮวงจุ้ยก็เช่นกัน ผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานบ้างในหลักการ และการปรับแต่งอย่างละเอียดควรเชิญซินแส หรือผู้รู้ไปช่วยจะดีกว่า

หากว่าผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัย เกี่ยวกับฮวงจุ้ยบ้าน ร้านค้าของท่าน สามารถสอบถามปัญหาฮวงจุ้ยได้ที่ email: fs@fengshuix.com หรือโทร. 089-697-4500 หรือเข้าไปยังเวบไซต์ http://www.fengshuix.com หากคำถามใดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ จะพยายามนำมาลงในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

January 24, 2008 - ฮวงจุ้ย เคล็ดลับแห่งความร่ำรวย สำหรับปี 51

(บทความลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน ก.พ. 51) 

หลังจากที่คราวที่แล้วได้อธิบายถึงหลักการฮวงจุ้ยที่ถูกต้องไปแล้ว คงทำให้ท่านผู้อ่านได้มีหลักการทางฮวงจุ้ยที่มีหลักเหตุและผลมากขึ้น ฉบับนี้เราจะมาพูดถึงการจัดฮวงจุ้ยอย่างไรให้รับโชคลาภสำหรับปี 51 และองค์ประกอบที่ทำให้การจัดฮวงจุ้ยอย่างไรให้เห็นผล ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญ มีดังนี้

1.       ชัยภูมิ คือ รูปร่าง ลักษณะต่างๆที่มีผลต่อการไหลเวียนถ่ายเทของพลังงาน เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์

2.       องศาทิศทาง คือ สูตรแห่งการคำนวนพลังงานในแต่ละส่วนของบ้าน เปรียบเสมือนจิตใจที่อยู่ภายใน

3.       บุคคลผู้อาศัย คือ ชุดพลังงานของแต่ละบุคคล หรือดวงชะตาของคนเรา

4.       ฤกษ์ยาม คือ สูตรคำนวนพลังฟ้าดิน ให้สัมพันธ์ ทั้ง ฟ้า – คน – ดิน

หากการจัดฮวงจุ้ยอย่างละเอียดลงลึกไปถึงการตรวจสอบครบทั้ง 4 ข้อนี้ ย่อมส่งผลถึงผู้ที่อยู่อาศัยทันที ไม่เกิน 7 วันย่อมมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หรืออย่างช้าสุดคือ 120 วันต้องส่งผลให้เห็น ไม่ต้องรอผลนานเป็น 1-2 ปี และถ้าหากว่าจัดแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำว่าให้ลองปรึกษาซินแสเพื่อตรวจการจัดฮวงจุ้ยใหม่อีกครั้ง และในองค์ประกอบที่สำคัญที่จะกล่าวถึงในฉบับนี้ ก็คือ การคำนวนพลังงานเพื่อต้อนรับโชคลาภ และหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยร้ายประจำปี 51

ในแต่ละปีนั้น พลังงานจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนทิศไปเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าเราเรียนรู้ว่าปีนั้นๆ ทิศใดเป็นทิศดี ทิศร้ายประจำปี และมีการจัดฮวงจุ้ยกระตุ้นพลังงานประจำปีในทิศต่างๆได้เหมาะสม ก็จะส่งผลดีกับผู้ที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับในปี 51 นี้ ก็จะขอสรุปทั้งแปดทิศ และวิธีการกระตุ้นรับโชคประจำปี อย่างนี้น่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะครับ

ทิศตะวันออก ดาว 8 เป็นทิศโชคลาภประจำปี 51 ทิศนี้มีพลังธาตุดินแห่งโชคลาภแฝงอยู่ทั้งปี ถ้าเตียงนอน หรือโต๊ะทำงานตั้งอยู่ในทิศนี้ก็จะมีสิทธิ์ได้รับโชคลาภ การทำงานส่งผลดี แก้ไขปัญหาอุปสรรคได้อย่างราบรื่น และเพื่อกระตุ้นโชคลาภประจำปี ให้ตกแต่งทิศนี้ด้วยสีแดง ชมพูให้โดเด่น หรือตั้งโคมไฟสีแดงเปิดตลอดทั้งปี หรือตั้งน้ำพุ น้ำวน หรือน้ำที่มีลักษณะเคลื่อนไหวตลอดเวลาในทิศนี้ ก็จะเป็นการกระจายพลังงานจากทิศนี้ให้ส่งผลมากขึ้น และควรให้ทิศนี้โล่ง และมีการหมุนเวียนพลังงานตลอดเวลา ถ้าประตูบ้าน หรือหน้าต่างบ้านของคุณอยู่ในทิศนี้ ก็ควรจัดให้โล่งรับลมได้อย่างสะดวก เปิดรับลมได้ทั้งปี หรือสามารถเอาพัดลมมาตั้งในทิศนี้เสริมได้เช่นกัน หากสามารถตรวจดูฤกษ์ยามได้ตามหลักที่ถูกต้อง(ต้องปรึกษาซินแส) ไปกระตุ้น เคาะ ตอก เจาะ ก็จะส่งผลเร็ว ภายใน 2 ชม. ไม่เกิน 7 วันหลีกเลี่ยงการตกแต่งด้วยวัสดุสีขาว หรือที่ทำจากโลหะแวววาว

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ดาว 9 พลังแห่งธาตุไฟ ทิศแห่งชื่อเสียง การแสดงออกที่โดดเด่น ความสวยงาม แสง สีสัน วิชาการที่โดดเด่น ตำแหน่ง ยศศักดิ์ ชื่อเสียงทางสังคม การออกงานสังคม และเป็นที่รู้จักมากขึ้น ถ้าทำงานด้านการแสดง บันเทิง อาจารย์ นักพูด หรืองานด้านประชาสัมพันธ์ โฆษณา นั่งทำงานในทิศนี้ ก็จะส่งผลดีเหมาะสมกับตำแหน่งงาน และเสริมทิศนี้ด้วย ต้นไม้ทรงสูงๆ ใบเรียวๆ สีสันสดใส ถ้าเป็นสีแดง ชมพู ก็ยิ่งสิ่งผลดี หลีกเลี่ยง สีส้ม เหลือง

ทิศเหนือ ดาว 6 พลังธาตุทอง ทิศแห่งอำนาจ ยศศักดิ์ ตำแหน่งที่นำมาซึ่งอำนาจ การเมือง ข้าราชการ นักกฏหมาย ทหาร ตำรวจ ผู้นำ การควบคุมบริวาร ลูกน้อง ถ้าคุณเป็นหัวหน้างาน เจ้าของบริษัท การเลือกนั่งทิศนี้ในปี 51 ก็จะส่งผลดีต่อการควบคุมลูกน้อง หรือถ้าคุณเป็นข้าราชการที่ต้องการได้รับตำแหน่ง หรือเลื่อนขั้น ก็แนะนำให้ย้ายเตียงนอนมาอยู่ที่ทิศนี้ก็จะช่วยให้มีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น เสริมพลังทิศนี้ โดยหาวัสดุที่ทำจากโลหะมันวาวมาตั้ง ถ้าได้ทรงกลมจะยิ่งดี หรืออาจจะเป็นพัดลมทองเหลืองพัดตลอดเวลาก็ยิ่งดี เพราะได้ทั้งธาตุทองและมีการกระตุ้นเคลื่อนไหวพลังงานตลอดเวลา อาจจะหานาฬิกาลูกตุ้มโลหะมาตั้ง หรือจะเป็นแมวกวักสีทอง ให้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดาว 4 พลังธาตุไม้ ทิศที่แฝงด้วยเสน่ห์ ความรัก การศึกษา การเรียน ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา ถ้าต้องการเสริมเสน่ห์ ความรัก ให้ใช้แจกันใส่ดอกไม้สดแช่น้ำ มาตั้งประดับไว้ที่มุมนี้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังบ่งบอกถึงเรื่องการศึกษา สติปัญญา และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยเสริมด้วยต้นไม้ชนิดมีแต่ใบ 4 ต้นแช่น้ำ เช่น ใผ่กวนอิมแช่น้ำ หรือแท่งดินสอ 4 แท่งขนาดใหญ่ และจัดทิศนี้เป็นมุมอ่านหนังสือเป็นประจำก็จะช่วยเพิ่มสมาธิและสติปัญญาได้ดีขึ้นด้วย

ทิศตะวันตก ดาว 3 พลังธาตุไม้ (ร้าย) ทิศของการเกิดปากเสียง ทะเลาะวิวาท ถูกขโมย หรือคดีความ เป็นทิศที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณนี้ ไม่ควรนั่ง นอน ทำงาน หรือใช้งานทิศร้ายนี้บ่อยๆ ถ้าของมีค่าอยู่บริเวณนี้ก็ระวังถูกขโมย หรือสูญหาย แก้ไขโดยใช้ธาตุไฟสลายพลังธาตุไม้ ตกแต่งทิศนี้ด้วยสีแดง ชมพูโดดเด่น ห้ามมีวัตถุเคลื่อนไหว ถ้ามีพัดลมหรือช่องแอร์ ควรปิดชั่วคราว ถ้าจำเป็นต้องเปิด ควรต้องเสริมสีแดง หรือโคมไฟแดงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ทิศใต้ ดาว 5 พลังธาตุดิน(ร้าย) ทิศของความเลวร้าย วิบัติทุกรูปแบบ ฟ้องร้องคดีความ อุบัติเหตุเภทภัย เจ็บป่วยรุนแรง สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง หากมีการกระตุ้นทิศนี้อย่างรุนแรงอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้เพราะปี 51 นี้นอกจากจะเป็นดาว 5 ซึ่งถือว่าเป็นดาวร้ายที่สุดแล้ว ยังซ้อนทับด้วยเป็นทิศอสูรและทิศแตกประจำปี ถือว่าทิศใต้ปีนี้ ร้าย 3 ชั้นซ้อนกัน ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง บ้านที่หันหน้า หรือหันหลังพิงทิศนี้ ในปี 51 จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ให้ระวังเกิดเหตุกับคนในบ้าน แก้ไขโดย ตกแต่งด้วยการใช้วัตถุโลหะมันวาวกลมๆ ตั้งให้ดูโดดเด่น ห้ามเคลื่อนไหว ถ้าเป็นที่ทำงานอาจจะเอาตู้เหล็กเก็บเอกสารมาตั้งวางทับจุดนี้ก็ใช้ได้เช่นกัน แขวนกระดิ่งโลหะชนิด 6 ท่อไว้นอกบ้านในทิศนี้ และควรเลี่ยงใช้งานทิศนี้อย่างเด็ดขาด ห้ามนั่ง นอน ทำงาน ห้ามมีสีแดง ชมพู วัตถุเคลื่อนไหวทุกชนิด เช่น พัดลม แอร์ ช่องลม ประตู หน้าต่าง ควรปิดตายไว้ตลอดทั้งปี ถ้าจำเป็นให้เปิดออก

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดาว 7 พลังธาตุทอง(ร้าย) ทิศของความขัดแย้ง แตกหัก การต่อสู้ ทะเลาะวิวาท หลอกลวง โจรขโมย บาดเจ็บเสียเลือด ทิศนี้ห้ามมีวัตถุเคลื่อนไหว ไม่ควรเปิดหน้าต่างชั่วคราว แก้ไขโดยใช้สีฟ้า น้ำเงินตกแต่งมากๆ หรือหาน้ำ 1 อ่างใหญ่ๆมาตั้งให้น้ำนิ่งเพื่อเก็บพลังร้ายไม่ให้กระจายออกไป

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ดาว 2 พลังธาตุดิน(ร้าย) ทิศที่แฝงพลังความเจ็บป่วย ความเสื่อม โดดเดี่ยว เป็นม่าย ควรเลี่ยงการใช้ชีวิตบริเวณนี้ และจัดให้มุมนี้ไม่มืดอับ ถ้ามืดอับอาจจะเจอวิญญาณบริเวณนี้  สลายพลังร้ายด้วยโลหะมันวาวกลมๆ ตั้งให้ดูโดดเด่น หรือแขวนน้ำเต้าเพื่อแก้การเจ็บป่วยได้ ห้ามมีสีแดง ชมพู ส้ม เหลือง น้ำตาล ห้ามจุดไฟ ห้ามตั้งเตาไฟในทิศนี้ เพราะจะยิ่งส่งผลมากขึ้น

ฉบับหน้า... อธิบายถึงการแบ่งบ้านเป็นทิศต่างๆ สำหรับการตกแต่ง และการปรับแต่งฮวงจุ้ยด้วยตนเอง

Fengshuix.com

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

January 24, 2008 - “ฮวงจุ้ย... ความเชื่อที่งมงาย หรือ ศาสตร์แห่งความสำเร็จ”

(บทความลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับ ม.ค. 2551)

กว่าหลายพันปีมาแล้ว ที่ศาสตร์ทางโลกตะวันออก มีการศึกษาค้นคว้าธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง และศาสตร์ต่างๆเหล่านั้นก็มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ถูกต้องบ้างผิดเพี้ยนบ้างตามกาลเวลา จึงไม่แปลกใจเลย ที่ทุกวันนี้จะมีศาสตร์แปลกๆใหม่ๆเกิดขึ้น โดยอ้างอิงจากโลกตะวันออก และเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าสิ่งที่เรารู้มา ถูกต้องตามหลักวิชาดั้งเดิมหรือไม่?

“ฮวงจุ้ย” คือ หนึ่งในศาสตร์จีนโบราณ อีกหนึ่งแขนง ที่ปัจจุบันน้อยคนนักจะเรียนรู้และเข้าใจหลักการที่ถูกต้องอย่างลึกซึ้ง และแม่นยำ จนนำไปใช้งานให้สามารถพลิกผันชีวิตของมนุษย์ได้

ฮวงจุ้ย (Fengshui) หลายๆคนอาจจะได้ยินได้ฟังมาไม่มากก็น้อย เพราะปัจจุบัน แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปสักแค่ไหน เทคโนโลยีจะก้าวหน้าอย่างไร แต่เรามักจะพบได้เสมอๆของหลายๆธุรกิจ ที่เมื่อจะมีการก่อสร้าง หรือตกแต่งที่ทำงาน บ้านพักอาศัย มักจะเชิญผู้รู้ศาสตร์ฮวงจุ้ย หรือที่เรียกกันว่า “ซินแสฮวงจุ้ย” ไปตรวจดูสถานที่ และคอยให้คำแนะนำในการจัดวางและตกแต่งอยู่เสมอๆ แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้นหลายๆบริษัท ทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็ยังให้ความเชื่อถือในศาสตร์ฮวงจุ้ยนี้

ฮวงจุ้ยจึงเป็นเคล็ดลับที่ปราชญ์จีนโบราณ ได้ค้นคว้า ศึกษา เพื่อให้ผู้ที่มีชะตาชีวิตฟ้าไม่อำนวย สามารถปรับแก้ไข ให้เจริญรุ่งเรืองได้ด้วยฮวงจุ้ยนี่เอง เพราะสูตรความสำเร็จของคนเรา ประกอบด้วยหลายปัจจัย สิ่งที่สำคัญนั้นมีอยู่สามส่วน นั่นก็คือ 

Success
1.“ชะตาฟ้า” หรือดวงชะตาของเราเอง ที่กำหนดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเราเกิดมา ว่าเรามีพลังงานชุดใดประจุในร่างกาย และจะส่งผลอย่างไรในแต่ละช่วงอายุ 

2. “ชะตามนุษย์” คือ สิ่งที่คนเราสร้างสรรค์เอง ความรู้ ความสามารถ วิชาการ และความมุ่งมั่นต่างๆ
3. “ชะตาดิน” หรือ ฮวงจุ้ย คือพลังงานของสภาพแวดล้อม ที่ส่งผลต่อมนุษย์

หากแต่ทุกวันนี้คนเราโดยส่วนใหญ่ มัวแต่อาศัยชะตามุนษย์เพียงอย่างเดียว จึงพบเห็นผู้คนมากมายที่ขยันขันแข็ง ทำงานมากมาย แต่กลับไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ขณะที่บางคนทำเพียงหยิบมือเดียว กลับได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากปัจจัยอีกสองส่วน  และก็มีอีกหลายคนที่มัวแต่พึ่งหมอดูโชคชะตา และปล่อยให้ชะตาฟ้าเป็นตัวกำหนดชีวิต ทั้งๆที่ชะตาฟ้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง วันนี้เมื่อเราเข้าใจหลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้องแล้วเราจะต้องเรียนรู้ว่า ฮวงจุ้ย คือศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมชะตามนุษย์ ให้มีความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองได้ แม้ว่าชะตาฟ้าจะเป็นอย่างไร ถ้าเราสามารถปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เป็นพลังงานที่ดีส่งเสริม และตัวเราเองก็ต้องทำชะตามนุษย์ให้เต็มที่ เมื่อทำได้เช่นนี้ ย่อมได้รับผลดีอย่างแน่นอน

แต่ศาสตร์ของฮวงจุ้ยทุกวันนี้มีการผิดเพี้ยนไปจากเดิม และเพิ่มเติมความเชื่อ ความหลงและความงมงายเข้าไปมากมาย จนคนรุ่นหลังๆเริ่มหมดความศรัทธาและมองเห็นฮวงจุ้ยเป็นเหมือนศาสตร์ลี้ลับทั่วๆไป ที่หาคำตอบไม่ได้ในหลักของเหตุผลและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเป็นเช่นนี้วันนี้จึงอยากขอแนะนำหลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้องเพื่อเป็นวิทยาทานกับผู้อ่านช่องทางทำมาหากินให้ได้รับรู้ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของความไม่รู้ และนำเอาฮวงจุ้ยไปใช้งานอย่างผิดๆ อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้กว่า 90% ล้วนผิดเพี้ยนทั้งสิ้น

หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง ต้องมีเหตุและผลที่สามารถอธิบายถึงที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลง และผลลัพท์ของมันได้ ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านเข้าใจง่ายๆเรื่องนึง บางท่านเคยเรียนวิทยาศาสตร์เมื่อตอนเด็ก เมื่อตอนทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการหักเหของแสงผ่านแท่งปริซึ่มรูปทรงต่างๆ จะเกิดการหักเหของแสงจากแสงสีขาว ออกไปเป็นแสงสีรุ้งทั้ง 7 สี ที่มีความถี่แตกต่างกัน และมีมุมตกกระทบของแสงแต่ละสีลงในจุดแต่ละจุด นั้นหมายความว่า วัสดุที่แสดงแสงทั้ง 7 ออกมาจะได้รับค่าความถี่ของพลังงานที่แตกต่างกัน ถ้าเอาต้นไม้มาปลูกในจุดทั้ง 7 ของสี การเจริญเติบโตของต้นไม้แต่ละต้นก็จะไม่เท่ากัน (ดูรูปประกอบ)

prismspactrum

disp

spact
ย้อนกลับมาดูที่ตัวมนุษย์เอง ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยธาตุต่างๆ และมีประจุไฟฟ้าเล็กๆอยู่รอบตัวเรา ถ้าเราเอาลูกโป่งมาถูที่เส้นผม ก็จะเกิดประจุไฟฟ้าสถิตย์เกิดขึ้น หรือแม้แต่ในเลือดของมนุษย์ ก็มีประจุไฟฟ้าเล็กๆอยู่เช่นกัน ทั้งนี้เพราะในเลือดของเราประกอบด้วยธาตุเหล็กเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อร่างกายอยู่สภาพแวดล้อมที่มีพลังงานไฟฟ้า หรือคลื่นความถี่ของพลังงาน รวมไปถึงสนามแม่เหล็กโลกที่แตกต่างกัน สภาพแวดล้อมเหล่านั้น ก็จะส่งผลถึงประจุไฟฟ้า พลังงานในร่างกายมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน

 aura

เมื่อร่างกายของเรา อยู่ในสถานที่ ที่มีพลังงานที่เหมาะสม เป็นพลังงานที่ดี เวลาเรานั่งทำงาน นอน ใช้ความคิด การตัดสินใจ พลังงานเหล่านี้ก็จะส่งผลต่อการคิด การตัดสินใจ และแน่นอน ถ้าพลังงานที่ดีเหล่านั้น ส่งผลต่อเนื่องสม่ำเสมอ เมื่อการคิดการตัดสินใจถูกต้อง ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกล เปรียบเสมือน แก้วใส่น้ำสะอาดหนึ่งใบ วางอยู่ในห้องที่อุณหภูมิร้อน น้ำในแก้วก็จะร้อนตาม เมื่ออยู่ในห้องที่อุณหภูมิเย็น น้ำก็จะมีสภาพเย็นตาม

เพราะเนื่องจากว่ามนุษย์เราอาศัยอยู่ในบ้าน ที่ทำงาน ที่อยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กโลก เมื่อสภาพของบ้านแต่ละหลัง และมุมองศาของบ้านแตกต่างกัน ทำให้พลังงานที่ส่งเข้าไปในแต่ละมุมบ้าน แต่ละส่วนของบ้านนั้นมีพลังงานหลากหลาย ถ้าเราสามารถเรียนรู้ศาสตร์ที่สามารถคำนวนพลังงานตามจุดต่างๆได้ เราก็สามารถเลือกได้ว่า เราจะเอาพลังงานดี หรือร้าย เข้ามาในบ้าน และถ้าเราสามารถเรียนรู้เคล็ดลับอย่างลึกซึ้งครบถ้วนแล้ว เราก็จะสามารถใช้พลังงานเหล่านี้มาส่งเสริมชะตาชีวิตของเราได้เช่นกัน

หลักการของฮวงจุ้ย ก็คือ หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีเหตุและผลรองรับ เป็นเรื่องของการคำนวณและบริหารพลังงานธรรมชาติให้เข้ามาส่งเสริมมนุษย์ เมื่อมนุษย์เราได้รับการส่งเสริมพลังงานที่ดีตลอดเวลา ก็ย่อมมีสุขภาพดี แข็งแรง ร่าเริงแจ่มใส การคิดอ่าน การตัดสินใจในทางธุรกิจ ก็จะเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ตามช่วงจังหวะและโอกาส ส่งผลให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง

tigerฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่ การติดเสือคาบดาบ การติดยันต์แปดทิศ การตั้งรูปปั้นเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว หรือการเอารูปนักกษัตย์ปีเกิดมาตั้งบนโต๊ะทำงาน เพราะสิ่งเหล่านี้พลังงานธรรมชาติมองไม่เข้าใจ พลังธรรมชาติมองออกเพียงว่า เสือคาบดาบทำด้วยโลหะ ก็จะแสดงผลที่เป็นธาตุทองออกมา ถ้าเสือคาบดาบทำจากพลาสติกสีแดง ก็แสดงความเป็นธาตุไฟออกมา

ผู้ที่ศึกษาฮวงจุ้ยจึงต้องทำความเข้าใจ และแยกแยะระหว่างความเชื่อ ความศรัทธา เทพเจ้า และหลักการบริหารพลังงานธรรมชาติออกจากกัน ไม่เช่นนั้น ฮวงจุ้ย ก็จะถูกปนเปื้อนด้วยความเชื่ออย่างงมงาย และไร้เหตุผลในที่สุด

และถ้าหากผู้อ่าน ได้มีวาสนาพบปะซินแสฮวงจุ้ยที่เข้าใจศาสตร์อย่าลึกซึ้งและถ่องแท้แล้ว การปรับแต่งฮวงจุ้ยจะต้องส่งผลถึงบุคคลที่อยู่ในบ้าน หรือสถานที่ทำงานนั้นโดยทันทีหลังจากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ตั้งแต่ 2 ชม.เป็นต้นไป ไม่เกิน 3 เดือน โดยไม่ต้องรอผลนานดังเช่นซินแสบางคนให้รอผลนานนับปี เพราะเมื่อพลังงานเปลี่ยน ผลก็ย่อมเปลี่ยนแปลงทันที เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่เมื่อเปลี่ยนวิธีการ หรือสูตรในการทดลอง ผลการทดลองก็จะต้องเปลี่ยนทันที แต่จะส่งผลช้าหรือเร็ว มากหรือน้อย ก็อยู่ที่ปัจจัยต่างๆในการจัดแต่งฮวงจุ้ยนั่นเอง

ฉบับหน้า.... เราจะมาว่ากันถึง ปัจจัยที่สำคัญ ของฮวงจุ้ย จะทำอย่างไรให้ปรับแก้ฮวงจุ้ย แล้วส่งผลในทันทีภายใน 2 ชม. และเทคนิคการกระตุ้นโชคลาภประจำปี 2551 ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด ........................ 

FengshuiX.com 

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

October 1, 2007 - ฤกษ์ยามดีเดือน ก.ย. 50

วันนี้เพิ่มเติม ฤกษ์ยามดีเดือน ก.ย. 50
ซึ่งเดือนนี้จะมี ฤกษ์หลายรูปแบบ และมีวิธีการใช้งานกระตุ้นฮวงจุ้ยที่แตกต่างกัน
ก่อนที่จะทำการกระตุ้นฮวงจุ้ย ควรศึกษาให้ละเอียด ว่าต้องทำได้ที่มุมไหนของบ้าน และทิศไหน
ส่วนสีที่แรเงา คือ สีของธาตุของวันนั้น ซึ่งควรตรวจสอบธาตุของตัวเองด้วย ว่าเหมาะกับวันนั้นๆหรือไม่
เช่นต้องการธาตุไม้ให้ตัวเอง ก็ควรเลือกวันที่แรเงาสีเขียวครับ
ฤกษ์ที่ให้เป็นฤกษ์ดี ที่คิดแค่เบื้องต้นแค่นั้นเอง การกระตุ้นฮวงจุ้ยที่ดี ถ้าต้องการให้เห็นผลชัดเจน หรือต้องการทราบรายละเอียด สอบถามมาที่ผมได้ครับ
ฤกษ์ที่แนะนำดีที่สุดคือ ภาคี 10 ครับ เพราะค่อนข้างชัวร์เรื่องเลี่ยงพลังร้าย อย่างน้อยก็การกระตุ้นฮวงจุ้ยทำแล้วไม่ซวยครับ
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

About Me

Fengshui ฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม ฮวงจุ้ยขั้นสูง ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ ฮวงจุ้ย 64 ข่วย ดาว 9 ยุค ดาวเหิร ดูดวง ดวงชะตา

Friends